Hwafong Rubber (Thailand) Public Company Limited

สารจากประธาน

 

                ในปี 2560 ปัจจัยทางเศรษฐกิจทั่วโลกเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งส่งผลทำให้ความต้องการของตลาดยางรถภายในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น หากแต่อัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินตราต่างประเทศยังคงมีความผันผวนอยู่ ด้วยปัจจัยดังกล่าวทำให้ยอดขายและผลกำไรของบริษัทฯ ยังคงไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ จากสภาวะการณ์ข้างต้นในปี 2560 ภายใต้การนำของทีมผู้บริหาร รวมทั้งพนักงานทุกคน ทำให้บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขาย จำนวน 2,731 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2559 มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.73 จากยอดขายยางนอกและยางในรถจักรยานยนต์และรถจักรยาน อย่างไรก็ตามต้นทุนขายของบริษัทฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 24.24 เมื่อเทียบกับปี 2559 โดยสาเหตุหลักมาจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 2 ถึงไตรมาสที่ 3 จากกลุ่มยางธรรมชาติ ยางสังเคราะห์ และเคมีภัณฑ์ ที่ปรับตัวตามราคาน้ำมันดิบ ซึ่งส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิลดลงร้อยละ 24.31 และมีกำไรสุทธิเท่ากับ 255.65 ล้านบาทและมีสัดส่วนกำไรต่อหุ้นเท่ากับ 0.39

 

                บริษัทฯ ได้ลงทุนจัดตั้งบริษัท ฮั้วฟงรับเบอร์ อินโดนีเซีย จำกัด (PT. HWA FONG RUBBER INDONESIA) เพื่อรองรับการขยายตลาดสินค้ายางนอก-ยางใน รถจักรยานยนต์ ในประเทศอินโดนีเซีย ทั้งนี้บริษัทฯ จะต้องมีการสำรวจตลาดเพิ่มเติมเพื่อสร้างฐานลูกค้าที่สามารถรองรับกำลังการผลิตของโรงงานได้ ในบัจจุบันบริษัทฯ ได้ชะลอการลงทุนไว้ก่อน เนื่องจากบริษัทฯ ได้ก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 3 ในประเทศไทยโดยได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เพื่อรองรับคำสั่งซื้อระยะยาวจากลูกค้าทั้งภายในประเทศและต่างประเทศโดยเฉพาะยางรถจักรยาน ซึ่งจะใช้เวลาในการก่อสร้างโรงงานประมาณ 2 ปี และบริษัทฯ จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจากโครงการดังกล่าวเป็นระยะเวลา 8 ปี ตลอดจนสิทธิประโยชน์อื่นๆ ตามที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

 

                ในปี 2561 บริษัทฯ ยังคงมีความมุ่งมั่นในการรักษาตลาดการค้าภายในประเทศ โดยการขายสินค้าผ่านร้านค้าและตัวแทนจำหน่าย รวมถึงมีการทำตลาดเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของสินค้าโดยใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่สำคัญ คือ การเน้นด้านคุณภาพของสินค้า โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้รับการรับรองระบบคุณภาพมาตรฐานสากล และการใช้เครื่องหมายการค้าซึ่งเป็นที่ยอมรับ ส่วนการขายต่างประเทศบริษัทฯ ได้ขยายฐานลูกค้าทั้งในกลุ่มประเทศอาเซียน ยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลาง

 

                ท้ายนี้ทางคณะกรรมการต้องขอขอบคุณอย่างจริงใจสำหรับทุกการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจ หน่วยงานราชการ และสถาบันการเงิน บริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกท่านจะยังคงให้การสนับสนุนและให้คำชี้แนะ เพื่อร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของบริษัทฯ ดังเช่นที่ผ่านมา

              

 

 


นางซู หมิง เฟิน
ประธานกรรมการ